ประสบการณ์เฝ้าคุณแม่ที่โรงพยาบาล

mother-hospital

ภารกิจในวันนี้ต้องบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องเหนื่อยกายแต่ออกแนวเป็นกังวลใจมากกว่าเพราะคุณแม่ต้องเข้ารับการผ่าตัดจากอาการหมอนรองกระดูกอักเสบ และคาดว่าน่าจะต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลอย่างน้อย 3-4 วัน นั่นหมายถึงว่าเราเองก็จำเป็นต้องอยู่ใกล้ๆ กับคุณแม่ตลอดเพื่อดูแลอาการพร้อมทั้งช่วยเหลือเมื่อท่านต้องการ โดยได้เลือกเข้าพักในห้องผู้ป่วยเดี่ยวแบบพิเศษเพื่อจะได้ดูแลกันง่ายๆ ไม่เป็นการรบกวนคนไข้เตียงอื่นๆ ด้วย

ก่อนการผ่าตัดคุณหมอได้นัดแม่ให้มาพักฟื้นที่โรงพยาบาลเป็นเวลา 1 คืนเพื่อเตรียมตัวสำหรับการผ่าตัดในวันรุ่งขึ้น ตัวเราเองก็เตรียมขนเสื้อผ้าทุกอย่างมาแน่นกระเป๋าเพราะรู้ดีว่าคงต้องใช้โรงพยาบาลเป็นที่นอนอีกหลายวัน คืนก่อนผ่าตัดยังไม่ได้มีอะไรมากเนื่องจากคุณแม่ยังพอช่วยเหลือตัวเองได้ เราก็แค่ดูว่าท่านต้องการอะไรพิเศษหรือไม่ เช้าวันผ่าตัดคุณพยาบาลเข้ามาแต่เช้าเพื่อตรวจร่างกายพื้นฐาน เช่น ความดัน อาการเบื้องต้น จากนั้นก็เข็นคุณแม่ไปรอบริเวณห้องผ่าตัด ซึ่งกำหนดเวลาคือเที่ยงตรง ใช้เวลาในการผ่าตัดรวมพักฟื้นในห้องพักฟื้นทั้งหมด 5 ชั่วโมงเศษ คุณแม่ออกมาพักที่ห้องพักตอนเกือบ 6 โมง ซึ่งมีอาการอิดโรยจากการผ่าตัดอย่างเห็นได้ชัด อาเจียนเป็นครั้งคราว คืนแรกหลังการผ่าตัดเราเลยต้องดูแลดีหน่อย พยายามสอบถามว่าต้องการอะไร มีอาการเจ็บตรงไหนหรือไม่เผื่ออาการไม่ดีจะได้เรียกพยาบาลให้มาดูแล คืนแรกผ่านไปอย่างทุลักทุเลซึ่งเราเองก็ไม่ค่อยได้นอนเนื่องจากเป็นห่วง

ตื่นเช้าวันที่ 2 หลังพยาบาลมาจัดการอะไรต่างๆ เรียบร้อย คุณแม่ดูอาการดีขึ้นเราจึงลงไปด้านล่างเพื่อหาอะไรทานตอนเช้า เราเลือกทานเกาเหลาข้าวเปล่าเพื่อเพิ่มพลัง จากนั้นแวะซื้อขนมกับน้ำในร้านสะดวกซื้อแล้วขึ้นไปเฝ้าแม่ต่อ ตลอดวันที่ 2 ไม่ได้มีอะไรมากเพราะแม่ยังทำอะไรไม่ได้เท่าไหร่ อาจมีบ้างแค่เรียกพยาบาลเพื่อขับถ่าย ป้อนอาหาร จนผ่านวันที่ 2 ไป

เช้าวันที่ 3 คุณแม่อาการดีขึ้นเยอะ เริ่มทานอาหารได้เอง พูดคุยสนุกสนานเหมือนเดิม จนพยาบาลยังตกใจว่าอาการดีไวมาก ส่วนตัวเราก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษก็ไปหาข้าวทานพร้อมซื้อมาเผื่อมื้ออื่นๆ อีกเช่นเคย วันนี้ได้พูดคุยกับคุณหมอถึงอาการโดยรวมคุณหมอก็แจ้งว่าพรุ่งนี้อาจจะกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ต้องรอตรวจอาการช่วงเย็นและช่วงเช้าวันพรุ่งนี้อีกครั้ง ซึ่งพอการตรวจเสร็จสิ้นคุณหมอก็ให้กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ ถือเป็นประสบการณ์ดีๆ อีกครั้งที่แม้ไม่ได้มีอะไรหวือหวาแต่มันเป็นความภาคภูมิใจที่เราได้มีโอกาสดูแลคุณแม่ผู้ให้กำเนิดของเรา

You may also like